แสดงเป็นตัวประกอบ บุคคลเหล่านี้จะโผล่มาในหนังแต่ไม่บอกว่าตอนไหน

แสดงเป็นตัวประกอบ ชาร์ลี ชีน ใน ยำหนังจี้ เรียลลิตี้หลุดโลก

อดีตนักแสดงสุดฮอตของฮอลลีวูดในยุค 80s ต่อเนื่องถึง 90s มาในยุค 2000s แม้ว่าชาร์ลี จะไม่มีผลงานภาพยนตร์ แต่ชื่อเสียงที่เขาสั่งสมไว้ ก็ทำให้เขาได้บทนำในทีวีซีรีส์สุดฮิต ทู แอนด์ อะ ฮาล์ฟ เมน ชาร์ลีได้รับค่าตัวมหาศาล สูงถึง 2 ล้านเหรียญต่อตอน

แต่ในระยะหลังนี้เขากลับมีชื่อเสียงทางด้านข่าวฉาวเสียมากกว่าผลงานการแสดงเสียอีก เหตุจากการติดยาจนเริ่มเสียการเสียงาน บางครั้งถึงกับหมดสติต้องส่งตัวเข้าโรงพยาบาล ผู้สร้างทีวีซีรีส์ ทู แอนด์ อะ ฮาล์ฟ เมน  ทนไม่ไหวจึงไล่เขาออก ทำเอาชาร์ลีหัวร้อนโพสต์ด่า ชัก ลอร์ เสียยืดยาว

ในช่วงก่อนที่ชีวิตเขาจะลงเหวนั้น ชาร์ลี ได้ไปร่วมแสดงในแฟรนไชส์ หนังตลกล้อเลียนหนังดัง เขารับบทเป็น ทอม โลแกน ใน สยองหวีดจี้ ดีจังหว่า (2003) และกลับมารับบทเดิมใน ยำหนังจี้ หวีดล้างโลก (2006) แต่พอถึง ยำหนังจี้ เรียลลิตี้หลุดโลก (2013) ชาร์ลี กลับมาใน บทรับเชิญ ที่รอบนี้ไม่ได้รับบทเป็น ทอม โลแกน แล้ว

แต่มาในฐานะตัวตนของ ชาร์ลี เอง ในตอนต้นของหนัง เล่นล้อตัวเองในฐานะดาราผู้สร้างข่าวฉาว ว่างั้นเหอะ เขายังประกบคู่กับ! ลินด์เซย์ โลฮาน เจ้าแม่ข่าวฉาวที่มารับบทเป็นตัวเองเช่นกัน ทั้งคู่รับบทเป็นคู่รักที่บรรเลงฉากโรมรันพันตูกันบนเตียงแบบฮา ๆ เวอร์ ๆ ก่อนที่ปีศาจจะเข้าสิง ลินด์เซย์ โลฮาน แล้วฆ่าชาร์ลี ซะงั้น

มีรายงานว่า การทำงาน แค่วันเดียว ของชาร์ลี นี้ เขารับค่าตัวไปเหนาะ ๆ 250,000 เหรียญ ซึ่งชาร์ลี เองก็คงอยากจะ สร้างข่าวดี ๆ มาลบล้างข่าวฉาว ของเขาเสียบ้าง เขาจึงแบ่งค่าตัว ส่วนหนึ่งออกมา 150,000 เหรียญ! ไปบริจาค ให้กับการกุศล ส่วนที่เหลือ 100,000 เหรียญนั้นมอบให้กับ ลินด์เซย์ โลฮาน ที่ร่วมแสดงกับเขา เพื่อให้เธอนำไปจ่ายเงินภาษีมูลค่ามหาศาลที่กำลังโดนสรรพากรตามล้างตามเช็ดอยู่ในขณะนั้น

แสดงเป็นตัวประกอบ

แบรด พิตต์ ใน เดดพูล 2

หนังซูเปอร์ฮีโรในช่วงหลัง มักจะมาในแนวการรวมเหล่าซูเปอร์ฮีโรหลาย ๆ รายมาปฏิบัติภารกิจ ร่วมกัน ทั้งทางฝั่งดีซี และมาร์เวล แม้กระทั่ง ทางฟอกซ์ที่มี เดดพูล ซูเปอร์ฮีโรสายฮา ก็เอากับเขาด้วย ด้วยการฟอร์มกลุ่ม เอ็กซ์-ฟอร์ช ใน เดดพูล 2 เป็นกลุ่มซูเปอร์ฮีโร ที่มีความสามารถ พิเศษแบบประหลาด ๆ

อย่างเช่น โดมิโน ซูเปอร์ฮีโร สาวผู้มากับดวง แล้วยังมี ไซท์ไกสท์ , เบธเลมรอยัล และ ปีเตอร์ ซึ่งแต่ละคนก็โผล่หน้ามากันคนละนิดคนละหน่อย แต่สำหรับ แบรดพิตต์ ในบท วานิชเชอร์ นั้นโผล่มาแบบพริบตาเดียวก็ว่าได้ เปิดวาร์ป

แม้ว่าหน้าของ แบรดพิตต์ นั้นใครเห็นก็จำได้ แต่ถ้าใครกำลังหาว หรือก้มไปล้วงข้าวโพดคั่วก็อาจจะพลาดเห็นเขาไปเลยก็ได้ เพราะความสามารถพิเศษของ วานิชเชอร์ นั้นคือล่องหนได้ ทำให้เราไม่ เห็นเขาปรากฏตัว บนจอเลย จะมีก็แค่ชั่วแว้บเดียวตอนที่ วานิชเชอร์ โดนสายไฟฟ้าแรงสูงชอร์ตตายที่เราได้เห็นหน้าของ แบรด พิตต์ มาเซอร์ไพรส์ในบทนี้โดยไม่ได้รับเครดิต

เร็ตต์ รีส ผู้กำกับร่วมเป็นผู้มาเปิดเผย รายละเอียด เรื่องนี้ว่า ในการถ่ายทำฉากนี้ แบรด พิตต์ ใช้เวลาทำงานแค่ 30 นาทีเท่านั้น! ซึ่งค่าตัว ที่จ่ายให้กับแบรด ก็ค่อนข้างสม น้ำสมเนื้อ จ่ายไปตาม อัตราการทำงาน ต่อชั่วโมง ก็เป็นเงินประมาณ 1,000 เหรียญ ถือว่าไม่โหดนัก แบรดก็เหมือนได้ค่าข้าวแพง ๆ ไปสักมื้อนึง ก็ไม่เลวนักสำหรับการทำงานแค่ครึ่งชั่วโมง