แต้วณัฐพร นับวันก็ยิ่งหวานขึ้นเรื่อยสำหรับคู่ของนางเอกสาว แต้ว ณัฐพร กับ ไฮโซณัย ประณัย พรประภา

แต้วณัฐพร ถึงแม้ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาแต้วจะให้สัมภาษณ์ว่ามิได้เปิดตัวคบกันอย่างเป็นทางกาน อยู่ระหว่างเรียนรู้กันไป ซึ่งทั้งสองก็ลงไอจีสตอปรี่ไปไหนมาไหนร่วมกันหลายครั้ง ไปกินข้าวร่วมกัน ทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งบางเวลาก็แต่งงานของแต้ว

ไปด้วย มีมุมสวยๆออกมาให้มองเห็นเยอะขึ้นเรื่อยๆ โดยก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ก็มีดราม่าเพราะว่าคนแซะว่า แต้ว ณฐพร มูฟออนไวไปหน่อยหรือเปล่า ซึ่งนางเอกสาวก็ออกมาบอกแล้วว่าทุกคนมีสิทธิ์จะพูดยังงั้น แต่ว่ามันเป็นการตกลงใจของตนเอง

กว่ากำลังจะถึงวันนี้ก็ใช้เวลามาราวๆหนึ่งแล้ว ทุกคนจะต้องศึกษาที่จะก้าวออกมาให้ได้ รู้จักมูฟออนกับความทุกข์ใจ ปัจจุบัน (27 ส.ค. 2563) ในขณะแต้วมูฟออนไปแล้ว ถ้าว่าชาวเน็ตเล็กน้อยยังไม่มูฟออน ตามไปคอมเมนต์แขวะถึงอินสตามึงรมของ

เปิดวาร์ป

ไฮโซณัย อย่างยิ่งจริงๆ เป็นภาพที่ไฮโซณัยโพสต์เปิดตัวบาร์ที่ใหม่บนดาดฟ้าคอนโด

ซึ่งก็มีเพื่อนฝูงๆเข้ามาคอมเมนต์ยินดี แต้วก็เข้ามาคอมเมนต์เช่นเดียวกัน เป็นอิโมจิตาหัวใจ ซึ่งข้างชายก็เข้ามาตอบกลับด้วยอิโมจิยิ้มแฉ่ง งานนี้พบชาวเน็ตเข้าไปคอมเมนต์ต่อยาวเหยียด มีอีกทั้งแฟนๆที่เข้ามาสรรเสริญแล้วก็ให้พรความรักของทั้งสอง

รวมทั้งมีคอมเมนต์แขวะถึงเรื่องก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา เข้ามากระหน่ำจำนวนหลายชิ้น มีทั้งยังกล่าวว่าผิดหวังในตัวแต้ว พูดว่าแต้วมองแปรไปจากคนเดิมราวกับบากบั่นเย้ายวน และก็มีอีกทั้งกล่าวว่ามูฟออนไวไม่ผิด แต่ว่าขอให้เบาๆลงหน่อย ออกสตาร์ท

แรงระวังแหกโค้ง แล้วก็คอมเมนต์แรงๆอีกมาก อย่างไรก็ดี ความรักคือเรื่องของคน 2 คน ซึ่งก็มีคนรักคลับที่เป็นอย่างยิ่งจิตใจให้ทั้งสองฝ่าฟันขวากหนามไปร่วมกัน ภายหลังจากประกาศเลิกรากับอดีตกาลแฟนชายหนุ่มที่คบกันมานานกว่า 10 ปี อย่าง

ต้น อาชว์ ได้ไม่นาน นางเอกสาว แต้ว ณฐพร ก็เริ่มคบค้าสมาคมดูใจกับ ไฮโซณัย ประณัย แล้วก็เปิดตัวแบบชัดแจ้งขึ้นเรื่อยมีไปรับประทานข้าวกับครอบครัว ซึ่งก็ไม่วายมีคนมาดราม่าใส่ ว่ามูฟออนไวเกินความจำเป็นหรือไม่ ปัจจุบัน (18 ส.ค. 2563)

แต้ว ณ้ฐพร ก็ได้ให้สัมภาษณ์เปิดใจว่า ที่ไปทานข้าวกับครอบครัว เป็นม่าม้าไม่ค่อยออกภายนอกมากแค่ไหน ก็เชิญชวนกันไปรับประทานข้าว จะได้เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง ที่ไฮโซณัยไปด้วย ก็เชิญชวนไป จะได้มาเจอะกันผู้คนจำนวนมาก มิได้เปิดตัว

เป็นทางการขนาดนั้น ถ้าเกิดมองเห็นก็จะจากสตอปรี่ของผู้อื่น พวกเราก็ยังไม่พร้อม มีความคิดว่ามันเกิดเรื่องที่พวกเราจำต้องเบาๆศึกษา มันไม่ใช่อีเวนต์ที่จะมีแกรนด์โอเพนนิ่ง ที่คนจับตาก็มิได้เขิน แม้กระนั้นมีความรู้สึกว่าเพราะเหตุไรต้องหาวาระ

อะไรให้หัวข้อนี้ด้วย มิได้หนักใจว่าหากถ่ายติดพี่เขาแล้วจะลงหรือเปล่าลงดี ก็มีความรู้สึกว่าเป็นผู้ที่เข้ามาในชีวิต แล้วพวกเราก็มิได้จำเป็นจะต้องพะวักพะวงว่าจะติดไหม เพราะว่าพวกเราก็รู้สึกโอเค ตอนที่ระทดมากมาย ก็มีคนไม่ใช่น้อยที่อยู่ใกล้เคียง

เป็นอย่างยิ่งดวงใจให้ ไม่ใช่แค่ไฮโซณัย มีอีกทั้งพี่ๆเพื่อนพ้องๆในแวดวง พี่ต้นด้วย เจมส์ด้วย พวกเราก็รู้สึกจับใจมากมายๆที่เขามาช่วยพวกเราตั้งแต่วันแรก กับต้น อาชว์ คนรักเก่า ที่คนยกย่องว่าดูแลดีเยี่ยม พวกเราก็มองดูเขาเป็นราวกับคนภายใน

ครอบครัวอยู่แล้ว เวลามีงานอะไรก็จะเชิญชวนพี่ต้นมาด้วย พวกเราเองก็ต้องการที่จะให้เขามา เนื่องจากว่าเขาเองก็ผูกพันกับป๋าด้วย เขาก็มาด้วยความยินดีรวมทั้งขมักเขม้นๆเขาก็เป็นผู้ที่ปรารถนาดีกับพวกเราคนหนึ่ง และก็พวกเราเองก็ประสงค์

ดีกับเขาเรื่องความเกี่ยวเนื่องกับ ไฮโซณัย ดีแล้ว ราวกับพวกเราเบาๆรู้จักกันไป ราวกับมันจำเป็นต้องใช้เวลา เบาๆทำความเข้าใจไป สถานะเดี๋ยวนี้ เรียกว่าเป็นเพื่อนที่พวกเราบากบั่นรู้จักกันให้มากยิ่งขึ้น ทำความเข้าใจกัน เรื่องที่ว่าทุกฝ่ายไฟเขียว

เขาก็เป็นผู้ที่พวกเรารู้สึกประสงค์ดีด้วย รวมทั้งมั่นใจว่าเขาก็ปรารถนาดีกับพวกเรา ก็ต้องการพาไปรู้จักผู้ที่พวกเรารู้จัก อาจจะมิได้มีเรื่องมีราวไฟแดง ไฟเขียวอะไร เรื่องดราม่าที่คนว่าพวกเราเรื่องมูฟออนไว ก็มองเห็น แต่ว่ามิได้เอามาคิดอะไรมากมาย

มีความคิดว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะกล่าว แล้วก็มันเป็นการตกลงใจของพวกเราในทุกๆเรื่อง กว่าจะมาถึงวันนี้มันก็ใช้เวลา ทั้งๆที่ตอนมีปัญหาและก็ใช้เวลาปรับปรุงมาโดยประมาณหนึ่ง จนกระทั่งวันนี้ ถามคำถามว่าพวกเราเศร้าใจไหม พวกเราก็เศร้าใจอยู่แล้ว

แม้กระนั้นทุกๆเรื่อง ไม่ว่าความทุกข์ทรมานหรือความสบาย ทุกคนจำต้องทำความเข้าใจที่จะก้าวออกมาให้ได้ จำต้องรู้จักมูฟออนกับความทุกข์ทรมาน และไม่ยึดติดกับความสบาย พากเพียรมีสติสัมปชัญญะ ไม่ว่าคนจะกล่าวอะไรก็ไม่วินิจฉัย ไม่ไปพูดว่า

เขาไม่สมควรบอก พวกเราก็ไม่สามารถ ที่จะไปห้าม ผู้ใดได้ และก็ไม่มีผู้ใด สามารถห้าม พวกเราได้ เช่นเดียวกัน ด้วยเหตุว่ามันเป็น การตัดสินใจ ในชีวิตของพวกเรา ที่พวกเราจำต้องรับผลพวง หรืออะไรเองที่ คนตามคอมเมนต์ ก็มิได้อึดอัด พวกเราก็มีความรู้สึกว่า

กล่าวได้เต็มกำลัง ช่างเถิด พวกเราก็ดำเนิน ชีวิตของพวกเรา สิ่งที่พวกเราทำก็ จะส่งผลกับ อนาคตของพวกเรา คำบอกเล่าของผู้ใด กันแน่มิได้มี ผลเสียอะไร พวกเราห่วงใยคนบริเวณ ข้างพวกเรา พวกเราไม่ทำให้ คนใดกันแน่เศร้าใจ กับการตัดสินใจ

ของพวกเราก็พอ แล้วที่คนเห็น ว่าในที่สุดศิลปิน ก็คบไฮโซ มันก็ราวกับคำสรุป สั้นๆแต่ว่ามีความรู้สึก ว่ามันมองดูตื้นไป กว่าจะมาถึงนี้ พวกเราผ่านมาเป็นสิบปี กว่าจะพิสูจน์ว่าพวกเราไปกันมิได้ มันผ่านการปรับแต่ง และไม่ปรับแต่งมา เยอะแยะ การจะไปวินิจฉัย

อย่างงั้นมันตื้นไป คำว่าไฮโซ ก็ไม่ทราบ เนื่องจากว่า ไม่ทราบว่าพวกเรา ใช่หรือเปล่า อย่างไร ผู้ที่ถูกเรียกเขาจะถูกใจหรือเปล่าถูกใจ แต่ว่ามีความรู้สึกว่าผู้ที่เกลียดชังก็ไม่ค่อยแฟร์แบบเดียวกันถ้าหากถูกจำกัด ความเพียงแค่คำนี้ เขาบางทีก็อาจจะต้องการถูกมองดูเป็นอันอื่นหรือไม่ เปิดวาร์ป