วัยใสขับเสภา นับว่าเป็นสาวสวย วัยรุ่น สุดสวย ที่สงวนความเป็นเอกราชย ทำเอาโลกโซเชียลแห่สรรเสริญกันเยอะๆ

วัยใสขับเสภา สำหรับ น้องมิน จันจิรา หรือ จันจิรา คล้ายเมือง สาวมหาลัยคนวัยมันส์ ที่มีความรู้และมีความเข้าใจไม่ธรรมดา กับการขับกลอนเสภา สุดเพราะเสนาะหู

ซึ่งคุณนั้นเคยส่งผลงานกับช่องทีวีมาแล้วนับไม่ถ้วน หากคนไหนเคยได้ติดตามดู ละครจักรๆตระกูลๆก็จะชินหูเสียงการขับกลอนเสภาอย่างดีเยี่ยม

เป็นเสียงของสาวสวย มิน จันจิรา คนนี้นั่นเอง วันนี้จะพาแฟนคลับไปรู้จักกับสาวน้อยเด็กวัยทีน มากเรื่องสามารถคนนี้กัน

มิน มีชื่อจริงว่า จันจิรา คล้ายเมือง เป็นสาวงามที่มีบ้านเกิดอยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี โดยคุณได้เข้ามาศึกษาเล่าเรียนระดับปริญญาตรีที่ คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาดุริยางคศิลป์ไทย จุฬาลงแขนณ์วิทยาลัย

ซึ่งคุณนั้นได้แรงผลักดันสำหรับการขับกลอนเสภามาตั้งแต่ยุคเด็ก ในตอนที่เรียนประถมศึกษา จากการดูงานดนตรี กระทั่งรู้สึกกำเนิดความชื่นชอบ

ก็เลยได้เข้าไปลงทะเบียนเป็นสมาชิกในสัมพันธ์ดนตรีไทย และเป็นจุดกำเนิด ทำให้คุณพอใจการร้องเพลงเพลงไทยเดิม

โดยคุณได้ฝความรู้ความเข้าใจอยู่นานทีเดียว รวมทั้งได้มีกาสได้ไปร่วมแข่งการแข่งขันขับกลอนเสภาชิงถ้วยพระราชทานอยู่บ่อยครั้ง

จนกระทั่งบรรลุ ความสำเร็จได้เอา รางวัลชนะการ ขับกลอนเสภาใน งานหัตกรรมผู้เรียน ครั้งที่66 จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีมาแล้ว แล้วก็คุณก็ ยังเคยได้รับให้ เป็นเด็กนักเรียน พระราชทานอีกด้วย

ยิ่งกว่านั้นคุณก็ได้ ส่งผลงานสำหรับ เพื่อการขับกลอนเสภา เป็นต้นว่า ในละครจักร ๆ ตระกูลๆเรื่อง อุทัยเทวี เทวดาสามฤดู สังข์ทองคำ แล้วก็ควานหาฟ้าหน้าดำ

ในขณะนี้คุณก็ ยังส่งผลงานให้ ได้รับดูกันอยู่โดยตลอด ไม่ว่าจะได้ผลงาน ร้องแลกเปลี่ยนแจกเงิน จากทางช่อง7 หรือดวลเพลงชิงทุนจากทางช่อง ONE

รวมถึงดำเนินการกับบริษัทสามเศียรซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตภัณฑ์งานละครพื้นเมือง หรือจักรๆสกุลๆที่พวกเราเคยชินกันนั้นเอง สาวหน้าละมุน

ทันทีที่ได้ยินเพลงไทย จากการวิ่งเล่น ตามประสาเด็ก โน่นเป็นจุดเริ่มที่ทำให้ มิน-จันจิรา คล้ายคลึงเมือง อย่างกับ จะต้องมนต์สะกดใน สิ่งนี้ไปในตั้งแต่เพลานั้น

รวมทั้งเมื่อได้รับช่องทางให้ได้ขับขานกลอนเสภา โน่นยิ่งทำให้สาวน้อยคนนี้ศึกษาและทำการค้นพบว่านี่เป็นสิ่งที่ “ใช่” สำหรับตัวคุณ

สิ่งนี้ที่ทำให้จันจิราได้ไปสู่การเพิ่มประสบการณ์ทางการร้องดังที่กล่าวถึงแล้ว ผ่านทางความสามารถพิเศษที่ตัวเองมีอยู่มาจนกระทั่งตอนนี้

เท่าที่จำความได้น่าจะเป็นตอน เปรียญ3-เปรียญ4 จ้ะ จุดกำเนิดมาจากหนูได้ได้โอกาสไปดูงานดนตรีไทยงานหนึ่ง แล้วจะมีคุณครูกับรุ่นพี่ชั้น เปรียญ5-เปรียญ6 กำลังฝึกดนตรีไทยอยู่

พวกเราก็ไป วิ่งเล่นตามประสาเด็ก จนถึงมาได้ยินเสียงเพลงไทย พวกเราก็ขึ้นไป ฟังเสียงนั้น จากนั้นมาพวกเรา ก็เริ่มมีความสนใจ แล้วก็พอใจ และเข้าไปลงทะเบียน เป็นสมาชิกใน สัมพันธ์ดนตรีไทย

โน่นเป็นจุดเริ่มแรก ความพอใจที่จะ ขับร้องไทยเดิมจ้ะ เป็นจะใช้คำว่ามนต์สะกด ได้เลยจ้า เนื่องจากว่าเมื่อได้ยิน เพลงไทยเป็นครั้งแรก พวกเราก็รู้สึก มีความชื่นชอบเลย

วัยใสขับเสภา

มันออกจะแปลกสำหรับตัวหนู เพราะว่าในตอนวัยนั้นพวกเราก็รู้สึกถูกใจในเพลงรูปแบบนี้แล้ว

มันไม่เหมือนกับสิ่งที่จะต้องเป็นเป็นเล่นบันเทิงใจตามประสาเด็กทั่วๆไปพอใช้ได้เข้าชมรมที่ว่านี้แล้วพวกเราก็เริ่มฝึกฝนเล่นอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีต่างๆรอเล่นช่วยเหลือต่างๆจนกว่าวันหนึ่งรุ่นพี่ที่รับตำแหน่งขับขานอยู่เดิมนั้นเขามีปัญหาในเรื่องสุขภาพ เจ็บป่วย

คุณครูผู้ควบคุมวงก็มาคัดอีกครั้งว่ามีใครกันแน่ในวงที่จะขับขานได้ ปรากฏว่าไม่มีผู้ใดร้องได้ มีเพียงแค่หนูผู้เดียวที่เพียงพอร้องได้โดยอาศัยการจำเอา

วันนั้นแน่ๆว่าน่า จะเป็นวัยที่ไม่น่า จะจำเนื้อร้องรวมทั้ง การเอื้อนได้ เพียงพอคุณครูได้ ฟังเสียงปุบปับ ท่านก็มีความคิดเห็นว่า เสียงของหนูน่า จะเป็นการต่อยอดได้ ก็เลยได้ขับร้องในวง

ใช่จ้ะ อาศัยร้องเอง โดยฝึกจำเอาจากการ ร้องของทั้งยังคุณครู แล้วก็รุ่นพี่ บวกกับความนิยม ส่วนตัวของพวกเราเองเลย ทำให้รออาศัยจำเอา จนได้มาร้องจริงๆก็ตอนอยู่ เปรียญ5

ก็รอฝึกหัดจากยูทูปเอาจ้ะ ถามคำถามว่า อะไรเป็นเสน่ห์ที่ ทำให้พวกเราถูกใจ ดนตรีไทย หนูตอบมิได้ เช่นเดียวกันจ้ะว่าการ ที่พวกเราหลงเสน่ห์ สิ่งนี้เป็นยังไง เปิดวาร์ป

แต่ว่าหนูคิดว่าพอใช้ฟังปุบปับ พวกเราก็มี ความรู้สึกถูกใจ รวมทั้งต้องการที่ จะอยู่กับสิ่งนี้ ไปชั่วชีวิต หากเป็นตอนประถม มันบางครั้งก็อาจจะ มีความรู้สึกว่าเป็น สิ่งที่พวกเราถูกใจ

แต่ว่าเพียงพอมาถึงตอนมัธยม พวกเราก็เลือกที่จะเข้าชมรมดนตรีไทย กระทั่งจบการศึกษามัธยม หนูก็ได้โอกาสที่จะเลือกแผนกที่พวกเราต้องการจะเรียน พวกเราก็ยังเลือกดนตรีไทย ซึ่งจริงๆหนูเป็นผู้ฟังได้ทุกแนวนะคะ แม้กระนั้นถ้าเกิดถูกใจที่สุดก็คงจะเป็นดนตรีไทย

ในตอนแรกสุดไม่มีจ้ะ อาศัยความชื่นชอบสิ่งเดียว แล้วในตอนนั้นหนูก็เล่นแม้กระนั้นส่วนประกอบจังหวะ กระทั่งเวลาผ่านไปก็ได้ได้โอกาสเล่นอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีประเภทอื่น

อาทิเช่น พวกขิม ซอ รวมทั้งส่วนประกอบจังหวะต่างๆพอเพียงคุณครูได้กล่าวว่ามองเห็นแววก็มีการฝึกหัดต่างๆเรื่อยๆมา ฝึกฝนทั้งสิ้นลงไทยเดิม แล้วก็การขับกลอนเสภา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนหลัง หนูเริ่มฝึกฝน จากการดูละคร จักรๆสกุลๆจริงๆ ซึ่งพอใช้เริ่มมอง พวกเราก็คิดว่า พวกเรามีพรสวรรค์ ทางด้านนี้ หนูก็อาศัยจำและก็ฝึกหัด

แล้วการที่ได้ทราบ จะการขับกลอนเสภา ก็มาจากการดู ละครจริงๆทั้งยังการ ได้ฟังเสียงการขับขาน ดังที่กล่าวถึงมาแล้ว จากเพศชายคนหนึ่ง ที่พวกเราไม่เคยทราบ ด้วยว่าเขาเป็นผู้ใด

แม้กระนั้นพวกเรามีความคิดว่าเขาเป็นผู้ที่จะใช้เป็นต้นแบบได้ จนตราบเท่าวันหนึ่งได้มาพบท่าน ก็เป็นสิ่งที่ภูมิใจในส่วนตัวของพวกเราเอง ท่านผู้นั้นเป็น พล.ตำบลประพาศ นกตนาค จ้ะ