ดีเจดาด้า เป็นดีเจสาวอารมณ์ดี ที่มักจะมาพร้อม เสียงหัวเราะอยู่ตลอด

ดีเจดาด้า ล่าสุดในรายการ คลับฟรายเดย์ ทาง GMM25 ที่มี พี่อ้อย พี่ฉอด และดีเจอั๋น ภูวนาท เป็นพิธีกร ก็ได้ล้วงลึกหัวใจของ ดีเจดาด้า ซึ่งเธอก็เล่าให้ฟังด้วยรวยยิ้ม พร้อมกับหัวเราะอย่างมีความสุข จนทำเอาพิธีกรทั้ง 3 ต้องถามว่า ไม่เคยร้องไห้เลยเหรอ

ดาด้า เล่าว่า สามีที่แต่งงานด้วย คือแฟนคนแรก คบกัน 4 ปีถึงแต่งงานกัน ระหว่างที่เป็นแฟนก็ผ่านไปได้ด้วยดี ไม่เคยมีปัญหา อาจจะเป็นเพราะว่าตอนเป็นแฟนกับแต่งงานมันต่างกันด้วย และที่บ้านตนเองพ่อแม่จะหัวโบราณมาก ไม่ให้อยู่ด้วยกันก่อน ถ้าจะอยู่ด้วยกันต้องแต่งงานกัน

เพราะฉะนั้นเราจะไม่ได้เห็นนิสัยแท้ๆ แบบ 24 ชม. ช่วงที่คบกันเป็นแฟน ก็มีเรื่องมือที่สามเข้ามา เราจับได้ว่าเค้าคุยกับผู้หญิงคนอื่น แต่คุยกันแค่ไม่นาน พอเราจับได้ก็ให้อภัย และจากนั้นก็ไม่มีอีก จนกระทั่งแต่งงานกัน เพราะมองว่าแค่ครั้งแรก มันผิดพลาดกันได้

ช่วงที่แต่งงานกันแรกๆ เราไม่เคยอยู่ด้วยกันก่อน ต้องปรับตัวเยอะมาก ที่แต่งงานกันก็เพราะว่า เรามองว่าคบกันมา 4 ปีแล้วควรแต่งงานได้แล้ว และตัวเราเองก็เป็นคนที่วางแผนการใช้ชีวิตตลอดเวลา เลยตกลงแต่งงานกัน พอหลังจากแต่งงานกันไป ทะเลาะกันทุกวัน มันจะเป็นเรื่อง ที่เค้าคาดหวัง และเราไม่ได้เป็นแบบที่เค้าคาดหวังเลยทำให้ทะเลาะกัน

ถามว่าเคยปรับกันมั้ย เคย เค้าบอกว่าไม่แฮปปี้กับการใช้ชีวิตแบบนี้ ไม่มีเวลาอยู่ด้วยกัน เราก็ลองปรับ แต่บางทีก็ทำไม่ได้ เรื่องละเอียดอ่อนบางเรื่องเราก็ทำให้ไม่ได้ เช่น การจัดกระเป๋าให้เค้า เราก็ลองทำ ลืมนั่นลืมนี่ มันเลยกลายเป็นความคาดหวังที่ไม่ตรงกัน

เวลาที่ทะเลาะกันเค้าเป็นคนที่โมโหง่ายและหายเร็ว ส่วนเราเป็นคนที่ไม่โมโหอะไรเลย เราก็จะนิ่งๆ ปล่อยให้เค้าโมโหไป พออารมณ์เย็นก็ค่อยกลับมาคุยกัน แต่เรื่องที่เป็นปัญหาเราไม่เคยสะสางเลย ไม่เคยแก้เลย

ดีเจดาด้า

พอผ่านมา 5 ปีถึงมีลูก เพราะเรามองว่าควรมีลูกได้แล้ว และเค้าก็อยากมีลูก แต่พอมีลูกขึ้นมา เราทะเลาะกันหนักกว่าเดิม เรามองคนเดียวว่า ทำไมเราต้องเสียสละเยอะกว่าอีกฝ่ายหนึ่งด้วย และช่วงนั้นเราเป็น ซึมเศร้าหลังคลอด แต่สามีเดินลง จากบ้านมาไม่ทักเรา เราก็น้ำตาซึมแล้ว และช่วงนั้น เค้ากลับบ้านดึก เราก็รู้สึกว่าทำไมต้องเลี้ยงลูกอยู่คนเดียว ก็ทำให้ทะเลาะ เราเรื่องไม่มีเวลาให้กัน

ถามว่าหลังแต่งงานมีมือที่สามมั้ย มันก็มียิบย่อยแต่อันนี้เราไม่นับ ไม่เก็บมาเครียด คือเค้าเป็นคน ที่ถ้าจับได้เค้าจะเลิก เลิกเสร็จก็ดีสักพักหนึ่ง หลังจากนั้นก็เอาใหม่อีกแล้ว และเราก็จะใจกว้างมากบอกให้เค้าไปเที่ยวอาบอบนวดได้

หลังๆ พอเรามีลูก เราก็ทุ่มกับลูก ไม่ได้สนใจสามีเลย หลังๆ คู่ที่แต่งงานแล้ว ความเกรงใจ มันไม่ค่อยมีเลย หลังๆ เวลาที่ทะเลาะกันจากเลเวล 5 แต่พอทำเรื่องเดิม ทะเลาะเรื่องเดิม ความปรี๊ดมัน จะพุ่งไปเลเวล 8-10 เลยรู้สึกว่ามันไม่เหมือนเดิม

และตนเองเป็นคน ที่ไม่ชอบการ ทะเลาะเสียงดัง เวลาเค้าทะเลาะเสียงดัง เราจะเงียบ เราไม่ชอบการโวยวาย เวลาที่เราโกรธ เราจะเงียบ ซึ่งเค้าจะรู้ แต่ถ้าเค้าโกรธเค้าจะเสียงดัง อารมณ์ปรี๊ดพุ่งออกมา เหมือนเค้าไม่เกรงใจเราเลย

พอวันหนึ่งการ ที่เราอดทน มันก็เป็นคำถามขึ้นมาว่า เราจะทนแบบนี้เหรอ เพราะเวลาทะเลาะ กันเค้าจะเสียงดัง ทำลายข้าวของ แต่ไม่เคยทำร้ายเรานะ เลยทำให้เริ่มคิดว่า ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป เราออกมาดีกว่ามั้ย คือเราผ่านเรื่องแบบนี้มานานแล้วด้วย อดทนมานาน แต่เราก็คิดว่าจะดีเหรอ หรือยังไงดี

จนวันนั้นตัดสินใจก้าวออกมา เป็นวันที่ เราทะเลาะเสียงดังมาก เลยตัดสินใจไม่ทนแล้ว ก็อุ้มลูกออกมา และเค้าก็พูดตะโกนตามหลังว่า ถ้าออกไปแล้วก็ไม่ต้องกลับมา เราก็บอกว่า ไม่กลับ และเราก็อุ้มลูกออกมาเลย

ฟางเส้นสุดท้าย ที่ตัดสินใจคือ เราจะไม่ทะเลาะกัน ต่อหน้าลูก แต่วันนั้นเรา ทะเลาะกัน ต่อหน้าลูกด้วย เราทนไม่ได้ เพราะลูกเกาะ แล้วนั่งมองพ่อแม่ ทำอะไรกัน

แต่พอหลังจาก ออกมาจากบ้าน เราก็ไม่ติดต่อกันมาเกือบปี ติดต่อกันผ่านคุณปู่คุณย่า ซึ่งเรื่องนี้เราไม่เคยเล่าให้ฟังเลย แต่ อ๋อง รู้คนเดียว ร้องไห้ไม่ค่อยหนัก พอร้องไห้ไปสักพักก็หัวเราะแล้ว และก่อนที่เราจะอุ้มลูกออกจากบ้าน 2 อาทิตย์ก่อนหน้านั้น คุณพ่อเรา ก็เพิ่งเสียด้วย ชีวิตมันประเดประดัง เข้ามาเยอะมาก

ตอนที่ไม่ได้ติดต่อกับอดีตสามีปีกว่า ลูกก็ไม่ถามหาพ่อ เพราะปกติเรา จะเป็นคนเลี้ยงอยู่แล้ว พ่อเค้าจะไปบินตลอด เค้าเลยจะเข้าใจว่าพ่อไปบิน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง >>> อัลแบร์โต บาร์เบรา
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ >>> เปิดวาร์ป เน็ตไอดอล